ยืนยันแล้ว! ความรักของ Morph กับ Wolverine ใน X-Men '97 มีจริง! นักพากย์เปิดใจทุกมุม

คำเตือน! บทความนี้มีสปอยล์จาก X-Men ‘97 ซีซั่นแรก (Episode 1-5)

ถ้าคุณคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Morph และ Wolverine ใน X-Men ‘97 เป็นแค่การกุ๊กกิ๊กของเพื่อนร่วมทีม ขอให้คุณคิดใหม่! นักแสดงและนักแสดงตลก JP Karliak ผู้ให้เสียงพากย์ Morph ในซีรีส์อนิเมชั่นที่กำลังฮอตที่สุดบน Disney Plus ในตอนนี้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Polygon เพื่อไขปริศนาทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวละครแปลงร่างสุดแสบคนนี้ ตั้งแต่ขอบเขตพลังที่แทบไร้ขีดจำกัด ไปจนถึง “เรื่องหัวใจ” ที่ทำให้แฟนๆ ชาว X-Fans ต้องกรี๊ดแตกกันทั้งโซเชียลมีเดีย

ในฐานะบล็อกเกอร์ที่ตามดู X-Men มาตั้งแต่ยุค 90 ผมยอมรับเลยว่า X-Men ‘97 คือการกลับมาที่สมศักดิ์ศรีที่สุดของ Marvel Animation ในรอบหลายปี และ Morph คือตัวละครที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของซีซั่นนี้ การที่ Karliak ได้มาเปิดโปงทุกมุมของตัวละครนี้ มันยิ่งทำให้เรารัก Morph มากขึ้นไปอีก

ขอบเขตพลังของ Morph: ไม่ใช่แค่การเลียนแบบใบหน้า

หลายคนอาจจะจำ Morph ในเวอร์ชั่น X-Men: The Animated Series (TAS) ภาคต้นฉบับได้ว่าเป็นตัวละครที่ถูกลืมและถูกเขียนให้ตายไปตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ใน X-Men ’97 Morph กลับมาพร้อมพลังที่ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น Karliak ยืนยันว่า พลังของ Morph นั้นแทบไม่มีขีดจำกัด ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนหน้าตาหรือเลียนแบบคนอื่นให้ดูคล้าย แต่รวมถึงการเลียนแบบพลังของมิวแทนท์คนอื่นๆ ได้อีกด้วย

นี่เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากในหมู่แฟนการ์ตูน เพราะในจักรวาล Marvel หลัก ตัวละครที่ชื่อ Morph (หรือเปลี่ยนชื่อเป็น Changeling ในภายหลัง) มีพลังที่จำกัดกว่า แต่ในภาคอนิเมชั่นนี้ ทีมงานได้เพิ่มความสามารถในการ ดูดกลืนหรือเลียนแบบพลัง จากยีนของมิวแทนท์ที่เขาสัมผัส ซึ่งเป็นไอเดียที่ต่อยอดมาจากการเป็นชาเปิดเกมที่ดุดันของ Morph ในหลายๆ ฉาก

“ผมคิดว่าแฟนๆ ยังไม่เห็นส่วนที่บ้าที่สุดของ Morph เลยครับ” Karliak กล่าวพร้อมรอยยิ้มระหว่างสัมภาษณ์ “มีอีกหลายสิ่งที่ผมไม่อยากสปอยล์ แต่บอกได้เลยว่า Morph สามารถเป็นอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ แม้กระทั่งเลียนแบบพลังที่ซับซ้อนที่สุดในทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

การแปลงร่างที่สมจริงทางอารมณ์

สิ่งที่ทำให้ Morph ในเวอร์ชั่นนี้แตกต่างและน่าสนใจกว่าต้นฉบับคือ มิติทางอารมณ์ในการแปลงร่าง Karliak อธิบายว่า Morph ไม่ได้แค่เปลี่ยนหน้าตา แต่เขาซึมซับอารมณ์และความทรงจำบางส่วนของคนที่เขาเลียนแบบด้วย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาที่ Morph ปลอมตัวเป็น Professor X หรือ Cyclops เราจะเห็นแววตาที่เคร่งขรึมและความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ซึ่งเป็นการเพิ่มเลเยอร์ให้ตัวละครที่ดูเหมือนเป็นแค่ตัวตลกของทีม

“มันเป็นดาบสองคม” Karliak กล่าวเสริม “Morph มีพลังที่เยอะมาก แต่การที่ต้องแบกรับอารมณ์ของคนอื่นตลอดเวลา มันก็ทำให้เขาเข้าถึงความเจ็บปวดของผู้อื่นได้ลึกซึ้ง และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่เขามักใช้มุกตลกเป็นเกราะป้องกันตัวเอง”

หัวใจของ Morph: ความรักที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของ Wolverine

ประเด็นที่ทำให้แฟนๆ ฮือฮามากที่สุดคงหนีไม่พ้น ความสัมพันธ์แบบโรแมนติกระหว่าง Morph และ Wolverine ซึ่งถูกใบ้ไว้ในหลายตอนของซีซั่นแรก โดยเฉพาะในตอนที่ Morph แปลงร่างเป็น Jean Grey (ในสไตล์ที่เซ็กซี่มาก) เพื่อยั่ว Wolverine แต่ในตอนต่อมา กลับมีฉากที่ Morph แสดงออกถึงความหึงหวงเวลา Wolverine ไปสนิทกับคนอื่น

Karliak ยืนยันกับ Polygon ตรงๆ ว่า:

“โอ้ ใช่ครับ มันใช่เลย Morph มีความรู้สึกพิเศษให้กับ Wolverine จริงๆ”

นี่เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรกจากทีมงานที่เกี่ยวข้องกับซีรีส์ ที่ผ่านมาแฟนๆ เคยแคปภาพและจับตามองกันเอง แต่ตอนนี้มันถูกยืนยันแล้วว่า Morph นั้น “หมดใจ” ให้กับ Logan ไม่ว่าจะด้วยความชื่นชมในความแกร่ง หรือความรู้สึกที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น

ความรักที่ไม่สมหวัง?

แต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะธรรมชาติของความสัมพันธ์นี้กลับถูกนำเสนอได้อย่างปวดร้าวมาก Karliak อธิบายเพิ่มเติมว่า Morph รู้ดีว่า Wolverine นั้นหัวปักหัวปำกับ Jean Grey มาโดยตลอด Morph จึงเลือกที่จะแสดงออกผ่านมุกตลกและการปลอมตัวเป็นคนอื่นเพื่อใกล้ชิดกับเขา แทนที่จะบอกตรงๆ ซึ่งเป็น การถ่ายทอดความรักที่ไม่สมหวัง ได้อย่างเจ็บปวดแต่ก็อ่อนหวานในแบบของตัวละครนี้

“ผมคิดว่า Morph จะพอใจถ้าเขาได้เห็น Wolverine มีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะไม่ได้มาจากเขาก็ตาม” Karliak กล่าว “มันเป็นความรักที่บริสุทธิ์และซับซ้อน ซึ่งผมคิดว่ามันตรงกับธีมของ X-Men ที่พูดถึงการยอมรับและการเป็นตัวของตัวเอง”

เมื่อนักพากย์ต้องเข้าถึง靈魂ของตัวละคร

การที่ JP Karliak ได้รับบทเป็น Morph นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะก่อนหน้านี้ Morph มีนักพากย์ต้นฉบับคือ Ron Rubin ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก Karliak เล่าว่าเขาใช้เวลาศึกษาทุกตอนของ X-Men TAS เพื่อทำความเข้าใจน้ำเสียงและจังหวะการพูด รวมถึงการผสมผสานความเป็นตัวของตัวเองเข้าไปด้วย

“สิ่งที่ยากที่สุดคือการหาสมดุลระหว่างการให้เกียรติต้นฉบับ กับการเพิ่มสีสันใหม่ๆ ให้กับตัวละครในปี 2023” เขาเล่า “โชคดีที่ทีมเขียนบทให้อิสระกับผมมาก โดยเฉพาะในเรื่องของโทนเสียงตอนที่ Morph กำลังตกหลุมรัก Wolverine”

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้การพากย์เสียงใน X-Men ‘97 โดดเด่น ไม่ใช่แค่การท่องบท แต่คือการสวมวิญญาณของตัวละคร ซึ่งเป็นทักษะที่หาได้ยากในยุคที่ AI เริ่มมีบทบาทในวงการผลิตสื่อมากขึ้น ซึ่งคล้ายกับประเด็นที่เราเคยพูดถึงในบทความก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ การที่ศิลปินต้องปกป้องผลงานของตัวเองจากเทคโนโลยีที่ล้ำเกิน เพราะถึงแม้ AI จะเลียนแบบเสียงได้ แต่การพากย์ที่เข้าถึงอารมณ์แบบ Karliak นั้นยังคงเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่าเสมอ

ยืนยันแล้ว! ความรักของ Morph กับ Wolverine ใน X-Men '97 มีจริง! นักพากย์เปิดใจทุกมุม

สรุป: ทำไม X-Men '97 ถึงเป็นมากกว่าภาคต่อ?

การที่ Morph ถูกเขียนให้มีมิติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังที่แน่นอนขึ้น หรือการเปิดเผยความรักที่มีต่อ Wolverine ล้วนเป็นสัญญาณว่า X-Men ‘97 ไม่ใช่แค่การรีเมคหรือการทำแฟนเซอร์วิส แต่คือการตีความใหม่ที่กล้าหาญและเคารพต้นฉบับในเวลาเดียวกัน

ในยุคที่ Marvel Studios กำลังหาทางกลับมาสู่เส้นทางเดิม X-Men ‘97 คือแสงสว่างที่พิสูจน์ว่า ถ้าคุณรักในสิ่งที่ทำและมีทีมเขียนบทที่เข้าใจตัวละครจริงๆ ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นศิลปะที่ยืนยาว และ Morph กับหัวใจที่แตกสลายของเขาคือหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: Morph ใน X-Men '97 มีพลังอะไรบ้าง?

Morph มีความสามารถในการ แปลงร่างเป็นใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือมิวแทนท์ และใน X-Men '97 ยังถูกยกระดับให้สามารถ เลียนแบบพลังของมิวแทนท์ คนอื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งรวมถึงการเลียนแบบเสียง การเคลื่อนไหว และอารมณ์ของบุคคลนั้นๆ

Q2: Morph ชอบ Wolverine จริงหรือไม่?

ใช่! นักพากย์ JP Karliak ยืนยันแล้วว่า Morph มีความรู้สึกพิเศษกับ Wolverine จริงๆ โดยปรากฏให้เห็นผ่านมุกตลกที่แฝงความหวงแหน และฉากที่ Morph ปลอมตัวเป็นคนอื่นเพื่อเข้าใกล้ Wolverine ซึ่งถูกตีความว่าเป็นความรักที่ไม่สมหวังแต่ก็เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์

Q3: X-Men '97 ต่างจาก X-Men: The Animated Series ต้นฉบับยุค 90 อย่างไร?

นอกจากงานวาดที่ถูกปรับให้คมชัดและทันสมัยขึ้นแล้ว เนื้อหาของ X-Men '97 ยัง กล้าที่จะเล่าเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะประเด็น LGBTQ+ และความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ ตัวละครอย่าง Morph มีบทบาทมากขึ้น และมีการสานต่อเรื่องราวที่ค้างไว้จากภาคเดิมอย่างสวยงาม